แบ่งปัน:
การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

จิตวิทยาวัฏจักรตลาด คืออะไร? (Psychology of A Market Cycle)

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
113 เข้าชม
theteele3k
(@theteelek2)
4-ท่านผู้มีเกียรติ
เข้าร่วม: 2 ปี ที่ผ่านมา
กระทู้: 72
หัวข้อเริ่มต้น  

จิตวิทยาวัฏจักรตลาด คืออะไร? (Psychology of A Market Cycle)

ตลาดถูกขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ความรู้สึกของผู้คน หลายคนเชื่อว่า ความรู้สึก (sentiment) ของนักลงทุนโดยรวม เป็นแรงผลักดันหลัก เป็นเบื้องหลังของการเคลื่อนไหวของตลาดการเงินทุกที่ ความรู้สึกของตลาด (market sentiment) คือ ความรู้สึกโดยรวมของนักลงทุน และนักเทรด มีต่อการเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์นั้น

เมื่อความรู้สึกโดยรวมของนักลงทุนเป็นบวก ราคาของสินทรัพย์ ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเมื่อราคาของสินทรัพย์ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความรู้สึกโดยรวมของนักลงทุนก็จะเป็นบวกเพิ่มมากขึ้นเสริมกันไปเรื่อยๆ เราจะเรียกสถานะนี้ว่าเป็น แนวโน้มขาขึ้น (หรือตลาดกระทิง bull market)

ในทางตรงข้าม เมื่อความรู้สึกโดยรวมของนักลงทุนเป็นลบ ราคาของสินทรัพย์ ก็จะลดลง และเมื่อราคาของสินทรัพย์ลดลงเรื่อยๆ ความรู้สึกโดยรวมของนักลงทุน ก็จะเป็นลบน้อยลงเรื่อยๆ เช่นกัน สถานะตรงกันข้ามนี้ จะเรียกว่า แนวโน้มขาลง (หรือตลาดหมี bear market)

จากภาพประกอบ เป็น วัฏจักรของตลาด ตั้งแต่ความกลัวไปจนถึงความโลภ เป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้คนในตลาด ดังต่อไปนี้

Disbelief ไม่เชื่อ
ระยะนี้เกิดขึ้นหลังจากที่กราฟไปแตะจุดต่ำสุด ตลาดจะทรงตัวอยู่หลังจากที่มันถึงจุดต่ำสุดแล้ว แน่นอนว่าเพราะไม่มีใครรู้อนาคต แต่ทุกคนรู้ว่าอดีตเป็นอย่างไร ดังนั้นช่วงนี้จึงเป็นจุดที่นักลงทุนส่วนใหญ่จะออกจากตลาดกันหมดแล้ว ทุกคนจะมีความรู้สึกไม่เชื่อ พวกเขาคิดว่าตลาดจะต้องร่วงอีกครั้งเหมือนเช่นที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน ส่วนผู้ควบคุมตลาดหรือนักลงทุนระยะยาวจะมองเห็นเป็นจุดที่ราคาต่ำมากๆ แล้ว

Hope มีความหวัง
เมื่อกราฟราคาเริ่มจะฟื้นตัวได้ ไม่มีแรงขายต่อแล้ว และผู้ควบคุมตลาด ได้ซื้อทรัพย์สินเอาไว้ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ผู้คนจะเริ่มหันมามอง และมีความหวังว่า กราฟราคาจะสามารถฟื้นตัวได้ ช่วงนี้ก็ยังถือเป็นโอกาสที่ดีในการซื้อด้วย

Optimism มองในแง่ดี
ในช่วงนี้ นักลงทุนส่วนใหญ่ตระหนักได้ว่าทรัพย์สินนั้นมีศักยภาพอยู่จริงๆ ก็จะเริ่มเข้ามาลงทุนในช่วงนี้ ผลักดันให้กราฟราคาเพิ่มสูงขึ้น

Belief ความเชื่อ
นี่คือเวลาที่นักลงทุนส่วนใหญ่มั่นใจเกี่ยวกับการปรับตัวขึ้นของตลาด พวกเขาเชื่อว่าตอนนี้เป็นเวลาที่จะต้องลงทุนอย่างเต็มที่ แต่จะมีบางคนที่ยังไม่เชื่อเรื่องการฟื้นตัวของตลาด และจะแนะนำให้ระมัดระวัง

Thrill ตื่นเต้นเร้าใจ
เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนตื่นเต้นกับตลาด หลายคนซื้อโดยใช้มาร์จิ้น การกู้ยืม และเชิญชวนคนอื่นๆ มาซื้อ เป็นช่วงที่เริ่มมองเห็นฟองสบู่ ค่อยๆ สร้างตัวขึ้น

Euphoria ความอิ่มเอิบใจ
นี่คือช่วงแห่งความสำเร็จอย่างไม่มีเหตุผลในตลาดหุ้น เป็นช่วงที่ทุกคนที่ซื้อก่อนหน้านี้จะมีกำไร ทุกคนในตลาดจะคิดว่าเขาเก่ง เขาทำเงินได้มากมายจากตลาด ผู้คนจะหลั่งไหลกันเข้ามา ข่าวทุกอย่างจะพูดถึงในด้านบวก ช่วงนี้เราจะต้องเริ่มระมัดระวังเป็นพิเศษ

Greed/Buy ความโลภ/ไล่ซื้อ
นี่เป็นช่วงสุดท้าย ก่อนที่ตลาดจะขึ้นถึงจุดสูงสุด ใครๆ ก็อยากจะเข้ามาอยู่ในตลาด ความโลภแพร่หลายทั่วไปอย่างกว้างขวาง เงินที่หลั่งไหลเข้ามาในช่วงตลาดเติบโตสูง กำลังสะสมเป็นปัญหาที่ซ่อนเอาไว้ เราไม่รู้ว่าอะไรจะระเบิด ดังนั้นจงระวังอย่างมาก และพูดได้เลยว่า ถ้าเข้ามาซื้อในช่วงนี้ เราจะขาดทุนแน่นอนไม่ว่าจะซื้ออะไรก็ตาม ใครลุกคนสุดท้าย จะต้องจ่ายรอบวง

Complacency ความพึงพอใจ
เมื่อกราฟพุ่งขึ้นผ่านจุดสูงสุด ช่วงนี้จะมีการปรับฐาน กราฟจะย่อลงแรง แต่นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงเชื่อว่า เป็นการลงชั่วคราว เมื่อการผ่อนคลาบเกิดขึ้น การวิ่งครั้งถัดไปก็จะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เหมือนอย่างที่ผ่านมา ช่วงนี้เป็นโอกาสที่ดีในการออกจากตลาด หรือวางแผนเตรียมรับมือ กรณีการลงอย่างรุนแรง เช่นการซื้อ short hedging พอร์ทเอาไว้

Anxiety ความวิตกกังวล
กราฟไม่พุ่งขึ้นตามที่ทุกคนคาดหวังเอาไว้ แต่นักลงทุนส่วนใหญ่ก็ยังเชื่อว่า การลดลงของราคาจะใช้เวลามากกว่าที่คาดไว้ ผู้คนที่ใช้มาร์จิน หรือกู้ยืมมาซื้อ จะถูก liquidate ออกไปจากตลาด ส่วนคนที่ซื้อทรัพย์สิน ก็จะเริ่มวิตกกังวล เพราะราคาที่ซื้อเริ่มติดลบมากขึ้นเรื่อยๆ

Denial การปฏิเสธ
กราฟอาจจะยกตัวขึ้นแต่ก็จะยังคงลงอย่างต่อเนื่อง คนที่ยังอยู่ในตลาด ด้วยความเชื่อว่า เค้าลงทุนในทรัพย์สินที่ยิ่งใหญ่ กราฟราคาจะฟื้นตัวกลับมาได้ในไม่ช้าอย่างแน่นอน

Panic ตื่นตระหนก
นี่คือช่วงที่ทุกคนขายและมีการขายอย่างกว้างขวาง ความคิดลบเข้าครอบงำ ทุกคนในตลาด เพื่อนๆ ก็ขายหุ้นออกไปแล้ว ข่าวทุกอย่างเป็นไปในทางลบ แทบไม่มีข่าวดีให้เห็นเลย แต่นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีในการเลือกซื้อทรัพย์สิน ของนักลงทุนระยะยาว แต่เป็นเรื่องยากมากที่จะเข้ามาซื้อในช่วงนี้ แม้กระทั่งนักลงทุนที่มีประสบการณ์สูง ไม่ว่าเราจะอยู่ในช่วง ปฏิเสธ ตื่นตระหนก หรือระยะยอมจำนน เพราะถึงแม้จะซื้อในราคาที่ถูกมากแล้ว แต่มันก็อาจจะร่วงลงมาได้ถูกกว่านั้นอีกเสมอ

Capitulation การยอมจำนน
นี่คือช่วงที่ตลาดมีการร่วงลงหนักอย่างมาก กราฟราคาจะต่ำกว่าที่ทุกกูรูได้คาดการณ์ไว้ ไม่มีแนวรับไหนที่มั่นใจได้อีกแล้ว ผู้คนจะเริ่มเชื่อว่าพวกเขาจะต้องย้ายออกจากตลาด 100% ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่นี่เป็นการตัดสินใจที่ผิด เราคุณขายได้ใกล้กับจุดต่ำสุดของวงจร

Anger ความโกรธ
ผู้คนทั้งตลาดจะเกิดความสูญเสีย ไม่มีใครได้กำไรจากตลาดอีกแล้ว มีการกล่าวโทษอย่างกว้างขวาง ไปยังรัฐบาลและบริษัทต่างๆ ผู้ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุนี้ขึ้น
นี่คือระยะก่อนที่จะถึงจุดต่ำสุด นอกจากความโกรธ ก็จะมีคำถามว่า ใครทำให้ตลาดพัง ในช่วงนี้จึงเหมาะสำหรับซื้อหุ้นสะสมได้แล้ว เนื่องจากกราฟจะถึงจุดต่ำสุดในไม่ช้านี้

Fear/Sell ความกลัว/การขาย
กราฟจะถูกเทขาย เป็นแท่งยาวด้วยความตกใจกลัว ผู้คนที่ยังคงอดทนในตลาดจะทนไม่ไหว และยอมตัดสินใจออกจากตลาดเป็นกลุ่มสุดท้าย นี่เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการซื้อหุ้น เนื่องจากกราฟจะเริ่มขึ้นจากจุดนี้เป็นต้นไป และเป็นจุดเริ่มต้นของขาขึ้นรอบใหม่

อารมณ์ต่างๆ เหล่านี้ เกิดขึ้นซ้ำๆ และแบ่งเป็นช่วงๆ ให้เราสังเกตได้อย่างชัดเจน หากเราอยู่ในตลาดนานพอ จะสามารถรับรู้ถึงความรู้สึกเหล่านี้ได้เลย แล้วตอนนี้ตลาดมีอารมณ์แบบไหนกัน

หัวข้อนี้ได้รับการแก้ไข 2 ปี ที่ผ่านมา 3 ครั้ง โดย theteele3k

   
อ้างอิง