เกิดอะไรขึ้นกับ เหรียญ LUNA จาก Statble Coin อนาคตไกลสู่การล่มสลาย ที่ไม่มีวันหวนคืน และความหวังที่ปลายอุโมงค์
เกิดอะไรขึ้นกับ เหรียญ LUNA
จาก Statble Coin อนาคตไกล
สู่การล่มสลาย ที่ไม่มีวันหวนคืน
และความหวังที่ปลายอุโมงค์
Do Kwon วิศวกรคอมพิวเตอร์หนุ่มชาวเกาหลีใต้ที่มีชื่อเสียงในวงการเงินดิจิทัล ก่อตั้ง Terraform Labs ขึ้นในปี 2018 ร่วมกับ Daniel Shin เพื่อนชาวเกาหลีใต้ เจ้าของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ในเกาหลีใต้ Terraform Labs มุ่งหวังที่จะสร้างเครือข่ายบล็อกเชนที่สามารถรองรับระบบการชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัลที่มีเสถียรภาพ เช่น TerraUSD (UST) โดย Do Kwon ได้พัฒนาเหรียญ LUNA ที่ใช้ในการรักษามูลค่าของเหรียญเสถียร UST ผ่าน "กลไกการค้ำประกันแบบอัลกอริทึม" (algorithmic peg) ซึ่งแตกต่างจากเหรียญอื่น ที่จะต้องซื้อเงิน Dollar จริงๆ มาเก็บไว้
แต่ UST ของ Terra ใช้การทำงานร่วมเหรียญ LUNA เพื่อรักษามูลค่าของ UST ให้ใกล้เคียงกับ 1 ดอลลาร์สหรัฐ เอาไว้ โดยใช้กลไก การสร้างและเผาเหรียญ (Mint and Burn) เมื่อมีการซื้อ UST เหรียญ LUNA จะถูกเผา (burn) เพื่อสร้าง UST ขึ้นมา ในทางกลับกัน เมื่อมีการขาย UST เหรียญ UST จะถูกเผาเพื่อสร้าง LUNA กระบวนการนี้ช่วยให้จำนวนเหรียญในระบบปรับตัวไปตามความต้องการซื้อขาย เพื่อรักษามูลค่าของ UST เอาไว้ โอ้ว จีเนียส!
นอกจากนี้ ยังกลไกการแปลงสภาพ (Arbitrage Mechanism) โดยถ้าหากราคา UST ต่ำกว่า 1 ดอลลาร์ นักลงทุนสามารถซื้อ UST ในราคาถูกแล้วแปลงเป็น LUNA เพื่อขายทำกำไรได้ และหากราคา UST สูงกว่า 1 ดอลลาร์ นักลงทุนสามารถแปลง LUNA เป็น UST และขาย UST ในราคาสูง เพื่อทำกำไร กระบวนการนี้ ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยคงมูลค่า UST ให้ใกล้เคียงกับ 1 ดอลลาร์ เอาไว้ได้ โอ้ว จีเนียส คูณสอง
ฟังดูแล้ว นี่เป็นเรื่องฉลาดมากๆ และ Do Kwon ก็ใช้เรื่องในนี้การระดมทุน แล้วทำให้ LUNA กลายเป็นเหรียญ Statble Coin ที่มีคนนิยมใช้เป็นอันดับ 4 ของโลก มีมูลค่า มากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงปลายปี 2021
แต่แล้ว ในเดือนพฤษภาคม 2022 เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด
เมื่อเหรียญ UST สูญเสียมูลค่าที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐอย่างรวดเร็ว
เริ่มจากเกิดการเทขาย UST ในปริมาณมหาศาล ซึ่งหลายคนคาดว่า เป็นการโจมตีที่วางแผนไว้ล่วงหน้า เพื่อทำให้กลไกการรักษามูลค่าของ UST ล้มเหลวลง เมื่อราคาของ UST ตกลงต่ำกว่า 1 ดอลลาร์สหรัฐ ระบบการแปลงสภาพ โดยใช้เหรียญ LUNA ไม่สามารถรองรับการเทขายอย่างรุนแรงได้ ทำให้เกิดการสร้าง LUNA ใหม่ ในปริมาณมาก เพื่อพยายามรักษามูลค่า UST เอาไว้ แต่ผลที่ได้คือมูลค่าของ LUNA ก็ตกลงอย่างรุนแรง เช่นกัน ส่งผลให้ราคาของ LUNA ตกลงจากประมาณ 119 ดอลลาร์สหรัฐไปจนถึง 0.4 ดอลลาร์สหรัฐใน
หลังจากการล่มสลายของ UST ทีม Terraform Labs ได้ไอเดีย ในเมื่อของเก่ามันพังไปแล้วเราเปลี่ยนชื่อของเก่าเป็น LUNC แล้วก็สร้างเหรียญชื่อ LUNA ขึ้นมาใหม่ ภายใต้เครือข่ายใหม่ ชื่อ Terra 2.0 โอ้ว จีเนียส อีกแล้ว
นี่เป็นความพยายามในการกู้คืนความเชื่อมั่นของนักลงทุน และระบบบล็อกเชนของ Terra แต่การล่มสลายของเหรียญ LUNA สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ในวงการคริปโต และทำให้หลายคนไม่มั่นใจ ในความเสถียรของเหรียญเสถียรแบบอัลกอริทึมนี่อีกต่อไป (และเหตุการณ์นี้ ก็ยังเป็นโดมิโนแรกที่ล้มไปทับ FTX ทำให้เกิดการล่มสลายต่อเนื่องเป็นลูกโซ่อีกหลายเหรียญ)
ในเดือนมีนาคม 2023 Do Kwon ถูกจับกุมในมอนเตเนโกร ขณะพยายามใช้เอกสารปลอมในการเดินทางไปดูไบ เขาถูกคุมขังในมอนเตเนโกร ก่อนที่จะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว นอกจากนี้ Do Kwon ยังเผชิญกับข้อกล่าวหาจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์์ของสหรัฐอเมริกา (SEC) โดย SEC กล่าวหาว่า Kwon และ Terraform Labs ได้ทำการหลอกลวงนักลงทุน ผ่านการเสนอขายเหรียญดิจิทัล UST และ LUNA โดยไม่มีการลงทะเบียนอย่างถูกต้อง และให้ข้อมูลที่ทำให้เข้าใจผิด เกี่ยวกับความเสถียรของเหรียญดังกล่าว
ปัจจุบัน Kwon ยังเผชิญกับค่าปรับที่มีสูงถึง 5.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และถูกห้ามดำรงตำแหน่งในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ทั้งนี้ SEC ยังต้องการให้ Kwon เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของเขาทั้งหมด ในขณะที่ Kwon ยังคงต่อสู้ และอ้างว่าการเปิดเผยข้อมูลนี้จะเป็นการละเมิดสิทธิ์ในการปกป้องตัวเองจากการกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรม
คดีนี้ยังคงรอให้ศาลพิจารณาคดี อนาคตของ Do Kwon ยังไม่สิ้นสุด เหตุการณ์นี้ ก็เป็นคำถามให้เราคิดว่า ควรจะมีการตรวจสอบและควบคุม การดำเนินการในตลาดสกุลเงินดิจิทัล เพื่อป้องกันการหลอกลวง และการฉ้อโกง ที่อาจเกิดขึ้นแบบนี้หรือไม่ และการล่มสลายของ Terra เป็นกรณีศึกษาที่สำคัญสำหรับนักลงทุน และผู้พัฒนาระบบบล็อกเชนทั่วโลกในเรื่องความเสี่ยง
แม้ว่าเหรียญ Terra (LUNA) และ Luna Classic (LUNC) จะล่มสลายรุนแรงในปี 2022 แต่ยังคงมีผู้สนใจ ซื้อ ขาย เหรียญเหล่านี้อยู่ นักเก็งกำไร ยังคงใช้ประโยชน์จากความผันผวนของราคาที่สูง เพื่อทำกำไรระยะสั้น นอกจากนี้ ยังคงมีความเชื่อมั่นในทีมพัฒนา และโครงการ Terra 2.0 ที่กำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ และเปิดตัว dApps ใหม่ๆ และเนื่องจากราคาลงมาต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาก บางคนยังเชื่อว่า LUNA และ LUNC อาจมีโอกาสฟื้นตัวในอนาคต และการถือครองเหรียญระยะยาว เพื่อรอการเพิ่มขึ้นของมูลค่า สร้างกำไรหลายพันเท่า ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจทีเดียว
นอกจากนี้ ยังมีชุมชนผู้ถือครองเหรียญ LUNC ที่ยังเชื่อมโยงกันอย่างแข็งแกร่ง มีการกำหนดนโยบายของเครือข่าย สร้างความสนใจให้นักลงทุนบางคน สรุปได้ว่าแม้จะมีความเสี่ยงสูง แต่การคาดหวังในการฟื้นตัว และการพัฒนาของเครือข่าย Terra 2.0 ยังดึงดูดนักลงทุนบางส่วนให้ยังคงซื้อขาย LUNA และ LUNC ต่อไป
แหม อยากจะลองซื้อเหรียญ LUNA เก็บติดกระเป๋ากันไว้หน่อย ดีไหมครับเนี้ยะ
- 44 ฟอรัม
- 122 หัวข้อ
- 135 กระทู้
- 1 ออนไลน์
- 61 สมาชิก


