แบ่งปัน:
การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

CBDC อนาคตการเงินในทศวรรษนี้

1 กระทู้
1 ผู้ใช้
0 Reactions
189 เข้าชม
Papa Big Pack
(@papa-big-pack)
4-ท่านผู้มีเกียรติ
เข้าร่วม: 2 ปี ที่ผ่านมา
กระทู้: 50
หัวข้อเริ่มต้น  
Blue Gradient Corporate Business Facebook Post (2)

# CBDC อาจจะมาแทน คริปโตเคอร์เรนซี

การเข้าสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) รวมถึง ความสนใจในบรรดาเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีต่างๆ ตัวอย่างเช่น Bitcoin Ethereum เป็นต้น ทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกมองเห็นศักยภาพ และเร่งพัฒนาเงินสกุลดิจิทัลของตัวเอง หรือที่เรียกว่า CBDC (Central Bank Digital Currency) ตัวอย่างเช่น หยวนดิจิทัล ดอลลาร์ดิจิทัล หรือยูโรดิจิทัล ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางของแต่ละประเทศ ในประเทศไทยเองก็มีการพัฒนา "บาทดิจิทัล" และเริ่มทดสอบการใช้งานกับบางร้านค้าแล้ว

CBDC คือ เงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง มีมูลค่าคงที่ เทียบเท่ากับค่าเงินของสกุลเงินนั้นๆ และได้รับการรับรองจากรัฐบาล ให้สามารถใช้งานได้ถูกต้องตามกฏหมาย สามารถใช้ชำระเงิน และทำธุรกรรมในชีวิตประจำวันได้ ทำให้มีความน่าเชื่อถือ ปลอดภัย และได้รับความคุ้มครองจากรัฐบาล

 

# ความแตกต่างระหว่าง CBDC กับ สเตเบิลคอยน์

สเตเบิลคอยน์ (Stablecoin) เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ถูกออกแบบมาให้มีมูลค่าคงที่ โดยอิงกับสินทรัพย์ที่มั่นคง เช่น USDT ใช้สกุลเงินดอลลาร์มาเป็นทุนสำรองแบบ 1 ต่อ 1 หรือการใช้อัลกอริทึ่มในการคงมูลค่าของเหรียญให้คงที่ อย่างเช่น เหรียญ LUNAC สเตเบิลคอยน์ จะมีความผันผวนน้อยมาก แต่ไม่ได้รับการรับรองจากรัฐบาล ทำให้ไม่สามารถใช้ชำระหนี้ตามกฎหมายได้ เหมือนกับ CBDC ดังนั้น CBDC จึงมีความน่าเชื่อถือมากกว่า เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกลาง

 

# CBDC จะส่งผลกระทบกับ Bitcoin หรือไม่?

หากมีการใช้งาน CBDC อย่างแพร่หลายมากขึ้นในระดับประชาชนทั่วไป จะทำให้เกิดความคุ้นเคย เกิดการยอมรับ และเป็นการเพิ่มจำนวนผู้ใช้เงินดิจิทัลมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อ Bitcoin ในทางอ้อม ผู้คนจะมีความเข้าใจ และยอมรับ Bitcoin เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ในฐานะทองคำดิจิตอล การโอนเงินแบบไร้ศูนย์กลาง และความเป็นส่วนตัว

อย่างไรก็ตาม CBDC ยังมีความท้าทายอยู่ เนื่องจาก Bitcoin ไม่มีการรับรองจากรัฐบาลและธนาคารกลาง จึงทำให้มีคำถามเรื่องความเชื่อมั่น และความปลอดภัยในการใช้งาน รวมไปถึงในอนาคตอาจจะมีการออกมาตรการควบคุมการใช้งาน Bitcoin ร่วมกับบัญชี CBDC เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคตขึ้นได้


# ประเทศใดใช้ CBDC ไปแล้ว แล้วคนไทยจะได้ใช้เมื่อไร? 

รายงานของ CBDC Tracker ของสภาแอตแลนติก ปัจจุบันมี 11 ประเทศที่ได้เปิดตัว CBDC และอีก 21 ประเทศที่มีโครงการนำร่อง นอกจากนี้ยังมี 79 ประเทศที่กำลังพัฒนาและค้นคว้า เกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลนี้ จีน เป็นประเทศแรกที่ประกาศใช้เงิน หยวนดิจิทัล อย่างเป็นทางการตั้งแต่ต้นปี 2563 ขณะที่ สวีเดน เริ่มทดสอบการใช้เงินสกุล โครนาดิจิทัล (e-krona) นอกจากนี้ยังมีอีกหลายประเทศที่กำลังศึกษา หรือทดสอบ CBDC เช่น อังกฤษ และแคนาดา

สำหรับประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เริ่มศึกษาพัฒนา CBDC ตั้งแต่ปี 2561 ภายใต้โครงการ "อินทนนท์" ร่วมกับธนาคารพาณิชย์ 8 แห่ง เพื่อทดสอบระบบการชำระเงินต้นแบบในระดับสถาบันการเงิน นอกจากนี้ยังร่วมมือกับธนาคารกลางฮ่องกงและธนาคารกลาง UAE ทดสอบระบบโอนเงินสกุลดิจิทัลข้ามประเทศ อาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง เพื่อศึกษารายละเอียด และดูแลความปลอดภัยทางเทคโนโลยี

 

# สรุป

CBDC หรือ สกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง เป็นรูปแบบใหม่ของสกุลเงินที่ออกโดยธนาคารกลางของแต่ละประเทศ มีความปลอดภัย และน่าเชื่อถือ เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล นับเป็นอนาคตของการเงินที่ช่วยให้การทำธุรกรรมง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และประหยัดต้นทุน

สำหรับผลกระทบต่อคริปโทเคอร์เรนซี เช่น Bitcoin คาดว่าจะมีผลกระทบน้อย เนื่องจาก Bitcoin มีวัตถุประสงค์ต่างกันกับ CBDC แต่คาดว่า Stablecoin จะได้รับผลกระทบมากกว่า เนื่องจากอาจถูกแทนที่ด้วย CBDC ได้ เพราะมีหน้าที่คล้ายกัน ในขณะที่ประเทศต่างๆ นำ CBDC มาใช้มากขึ้น ระบบการเงินก็จะมีความเข้าถึง และประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งถือเป็นยุคใหม่ของวิวัฒนาการของเงินโลก


   
อ้างอิง
แท็กหัวข้อ